โภชนาการสำหรับนักกีฬา-เกลือแร่และวิตามิน (Vitamins and Minerals) ตอนที่ 6/8

เกลือแร่และวิตามิน(Vitamins and Minerals)
นักกีฬาที่บริโภคอาหารครบทั้ง 5 หมู่ แต่ละหมู่บริโภคอาหารหลากหลายชนิด ผลัดเปลี่ยนกัน กินผักและผลไม้เป็นประจำ จะได้รับเกลือแร่และวิตามินอย่างพอเพียงกับความต้องการของร่างกายแล้วไม่จำเป็นต้องกินวิตามินและเกลือแร่เสริมอีก

เกลือแร่ที่นักกีฬาควรเอาใจใส่เป็นพิเศษคือแคลเซียมและธาตุเหล็ก เพราะแคลเซียมนอกจากช่วยสร้างโครงกระดูกและฟังแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับการยืดหดของเซลล์ กล้ามเนื้อที่ช่วยในการเคลื่อนไหวของนักกีฬาอีกด้วย ทำให้สมรรถภาพของนักกีฬาดีขึ้น ส่วนธาตุเหล็กเป็นส่วนสำคัญในการสร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ซึ่งช่วยในการขนส่งออกซิเจนมายังเซลล์ ทำให้การผลิตพลังงานโดยระบบแอโรบิกดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้นักกีฬาหญิงควรได้รับธาตุเหล็กอย่างสม่ำเสมอเพราะมีการสูญเสียธาตุเหล็กในการขับประจำเดือน ปริมาณที่ควรได้รับประมาณ 16-23 มิลลิกรัม/วัน และอาหารที่มีธาตุเหล็กมาก ได้แก่ หมูเนื้อแดง ตับสัตว์ ไข่แดง เป็นต้น

วิตามินที่นักกีฬาควรให้ความสนใจเป็นพิเศษคือวิตามินบีรวม ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการเผาผลาญสารอาหารมาเป็นพลังงาน เมื่อนักกีฬาบริโภคอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง จึงจำเป็นต้องบริโภคอาหารที่มีวิตามินบีรวมเพิ่มขึ้นด้วย วิตามินบีรวม ได้แก่ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 ไนอาซิน ไบโอติน กรดโฟลิก กรดแพนโทธินิก อาหารที่มีวิตามินบีรวมมาก มักเป็นอาหารหมู่เนื้อสัตว์ ถั่วเม็ดแห้ง ไข่ นม ยีสต์ และธัญพืช เป็นต้น
การใช้อาหารเสริมเกลือแร่และวิตามินจะเพิ่มประโยชน์ให้แก่นักกีฬาที่มีสภาพขาดเกลือแร่และวิตามินมาก่อนเท่านั้น ทำให้มีสมรรถภาพเพิ่มขึ้น แต่สำหรับนักกีฬาที่ได้รับอาหารครบ 5 หมู่ อย่างพอเพียงแล้วการให้อาหารเสริมเพิ่มอีกจะไม่มีผลต่อสมรรถภาพของนักกีฬา แต่การได้รับวิตามินและเกลือแร่ตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไปอาจขัดขวางทำให้การดูดซึมวิตามินและเกลือแร่ตัวอื่น ๆ ไม่ดีเท่าที่ควร

เครดิตโดย :สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา
ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก :อินเตอร์เน็ต
รูปภาพจาก :อินเตอร์เน็ต
Videoจาก :youtube